
จังหวัด เชียงราย ตั้งอยู่ทางภาคเหนือสุดของประเทศไทย และมีลักษณะภูมิศาสตร์ที่หลากหลาย ดังนี้:
1. ที่ตั้ง เชียงราย
- เชียงราย เป็นจังหวัดที่อยู่เหนือสุดของประเทศไทย
- พิกัดประมาณ 20°16′ เหนือ และ 99°30′ ตะวันออก
- มีพรมแดนติดกับ:
- ภาคเหนือของลาว (ทางตะวันออก) มีแม่น้ำโขงเป็นเส้นแบ่งเขตแดน
- สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา (ทางเหนือและตะวันตก)
- จังหวัดพะเยา (ทางใต้)
- จังหวัดเชียงใหม่ (ทางตะวันตกเฉียงใต้)
2. ภูมิประเทศ
- ลักษณะภูมิประเทศเป็น ภูเขาสลับซับซ้อน และ ที่ราบสูง
- มี ดอยแม่สลอง, ดอยตุง, และ ดอยช้าง เป็นพื้นที่สำคัญ
- มีที่ราบลุ่มแม่น้ำ เช่น บริเวณ แม่น้ำกก ซึ่งไหลผ่านตัวเมืองเชียงราย
- พื้นที่ตอนล่างบางส่วนเป็นที่ราบเหมาะแก่การเกษตร
3. แม่น้ำสำคัญ เชียงราย
- แม่น้ำโขง – กั้นพรมแดนระหว่างไทยกับลาว
- แม่น้ำกก – ไหลผ่านตัวเมืองเชียงราย
- แม่น้ำลาว และ แม่น้ำอิง – แม่น้ำสายรองที่หล่อเลี้ยงพื้นที่เกษตร
4. ภูมิอากาศ
- เป็นเขตภูมิอากาศแบบ มรสุมเขตร้อน
- แบ่งเป็น 3 ฤดู:
- ฤดูร้อน (มี.ค.–พ.ค.)
- ฤดูฝน (มิ.ย.–ต.ค.)
- ฤดูหนาว (พ.ย.–ก.พ.) – มีอากาศเย็นและบางพื้นที่อุณหภูมิลดต่ำมาก
สถานที่ท่องเที่ยวเชียงรายยอดนิยม
1.วัดร่องขุ่น

วัดร่องขุ่น ตั้งอยู่ที่ตำบลป่าอ้อดอนชัย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย เป็นวัดที่มีชื่อเสียงระดับโลก ด้วยสถาปัตยกรรมสีขาวที่งดงามและเป็นเอกลักษณ์ ออกแบบและก่อสร้างโดยอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม)
ประวัติความเป็นมา
เดิมวัดร่องขุ่นเป็นวัดเก่าขนาดเล็กและมีสภาพทรุดโทรม ในปี พ.ศ. 2540 อาจารย์เฉลิมชัยได้เริ่มบูรณะและออกแบบวัดใหม่ โดยมีแรงบันดาลใจจากความรักในชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เพื่อสร้างงานพุทธศิลป์ที่ยิ่งใหญ่และถวายเป็นพุทธบูชา
สถาปัตยกรรมและความหมาย
โบสถ์สีขาวของวัดร่องขุ่นเป็นสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์ของพระพุทธเจ้า ส่วนกระจกที่ประดับอยู่ทั่วโบสถ์หมายถึงพระปัญญาธิคุณที่เปล่งประกายไปทั่วโลกและจักรวาล
2.วัดร่องเสือเต้น

วัดร่องเสือเต้น หรือที่รู้จักกันในนาม “วัดสีน้ำเงิน” ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านร่องเสือเต้น ตำบลริมกก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย วัดนี้มีความโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมสีน้ำเงินฟ้าตัดกับสีทองที่งดงามและเป็นเอกลักษณ์
ประวัติความเป็นมา
พื้นที่ที่ตั้งของวัดร่องเสือเต้นเคยเป็นวัดร้างมาก่อน ตามคำบอกเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่ เมื่อประมาณ 80-100 ปีก่อน บริเวณนี้มีเสือที่ชอบกระโดดข้ามร่องน้ำไปมา ชาวบ้านจึงเรียกพื้นที่นี้ว่า “ร่องเสือเต้น” ซึ่งกลายเป็นชื่อหมู่บ้านและวัดในเวลาต่อมา ในปี พ.ศ. 2537 ชาวบ้านได้ร่วมกันบูรณะวัดร้างแห่งนี้ขึ้นใหม่ เพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจและสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาของชุมชน
สถาปัตยกรรมและความโดดเด่น
วัดร่องเสือเต้นมีพระอุโบสถสีน้ำเงินฟ้าตัดกับสีทองที่โดดเด่น ออกแบบโดยนายพุทธา กาบแก้ว หรือ “สล่านก” ศิลปินท้องถิ่นชาวเชียงราย ซึ่งเคยเป็นลูกศิษย์ของอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ การใช้สีน้ำเงินฟ้าแทนสีขาวในสถาปัตยกรรมของวัดนี้สื่อถึงธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่แผ่ขจรขจายทั่วโลก
3.ดอยตุง

ดอยตุง ตั้งอยู่ในจังหวัดเชียงราย เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความสำคัญทั้งทางธรรมชาติและวัฒนธรรม พื้นที่นี้เคยเป็นจุดพักของกองคาราวานฝิ่น แต่ปัจจุบันได้พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่งดงาม
สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญบนดอยตุง:
- สวนแม่ฟ้าหลวง: สวนดอกไม้ขนาด 32 ไร่ ที่มีดอกไม้เมืองหนาวหลากหลายพันธุ์บานสะพรั่งตลอดปี
2. พระตำหนักดอยตุง: ที่ประทับของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07.00-17.30 น. (หยุดพัก 11.30-12.30 น.) ค่าเข้าชมสำหรับบุคคลทั่วไป 90 บาท
3. หอแห่งแรงบันดาลใจ: สถานที่จัดแสดงพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เปิดให้เข้าชมเวลา 08.00-17.00 น. ค่าเข้าชมสำหรับบุคคลทั่วไป 90 บาท
คาเฟ่ดอยตุง (Café DoiTung):
ภายในสวนแม่ฟ้าหลวง มีร้านกาแฟที่ให้บริการเครื่องดื่มและขนมในบรรยากาศร่มรื่น นักท่องเที่ยวสามารถนั่งพักผ่อนและเพลิดเพลินกับธรรมชาติได้
การเข้าชมและค่าใช้จ่าย:
สำหรับผู้ที่ต้องการเข้าชมหลายสถานที่ สามารถซื้อบัตรรวมในราคา 190 บาท ซึ่งครอบคลุมการเข้าชมพระตำหนักดอยตุง สวนแม่ฟ้าหลวง และหอแห่งแรงบันดาลใจ
การเดินทาง:
ดอยตุงอยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงรายประมาณ 60 กิโลเมตร นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัวหรือใช้บริการรถสองแถวที่มีให้บริการขึ้นดอยตุง ดอยตุงเป็นสถานที่ที่ผสมผสานความงดงามของธรรมชาติและวัฒนธรรมไทยได้อย่างลงตัว เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวพักผ่อนและเรียนรู้ประวัติศาสตร์
4.ภูชี้ฟ้า เชียงราย
อุทยานแห่งชาติภูชี้ฟ้า ตั้งอยู่ในตำบลตับเต่า อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในจังหวัดเชียงราย
ประวัติความเป็นมา
ภูชี้ฟ้าเป็นยอดดอยที่สูงที่สุดในเทือกเขาดอยผาหม่น ตั้งอยู่บนรอยต่อพรมแดนไทย-ลาว มีความสูงตั้งแต่ 1,200 ถึง 1,628 เมตรจากระดับน้ำทะเล เมื่อมองจากมุมหนึ่งจะคล้ายมือที่ชี้ขึ้นฟ้า จึงเป็นที่มาของชื่อ “ภูชี้ฟ้า”
สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ
- จุดชมวิวทะเลหมอก: เป็นไฮไลต์ของภูชี้ฟ้า โดยเฉพาะช่วงเช้าตรู่ที่ทะเลหมอกปกคลุมหุบเขา สร้างบรรยากาศที่สวยงามและโรแมนติก
ทุ่งดอกโคลงเคลง: ในช่วงฤดูฝนถึงฤดูหนาว ทุ่งหญ้าจะเต็มไปด้วยดอกโคลงเคลง บานสะพรั่งสร้างความสวยงามให้กับพื้นที่
การเข้าชมและสิ่งอำนวยความสะดวก
อุทยานแห่งชาติภูชี้ฟ้าไม่มีบ้านพักหรือค่ายพักแรมบริการ หากต้องการพักแรมต้องนำเต็นท์ไปกางเอง โดยทางอุทยานได้จัดสถานที่ไว้ให้พร้อมกับห้องสุขา ส่วนเรื่องอาหารต้องจัดเตรียมไปเอง ต้องติดต่อขออนุญาตกับเจ้าหน้าที่โดยตรงที่สำนักงานอุทยานแห่งชาติภูชี้ฟ้า